บทที่ 3 ตอนที่ 1-1 อดีตที่นึกถึง
ตอนที่ 1
อดีตที่นึกถึง
“เอาเถอะค่ะ เดี๋ยวแอนจะส่งคนไปคุยกับคนทำข่าวเอง แต่พี่น่ะ ถ้าจะไม่อธิบายอะไรแล้วถ้าเกิดแม่มาถึงที่นี่ พี่ต้องอธิบายให้แม่ฟังด้วยนะคะ แอนจะไม่ยุ่ง” น้องสาวยกมือขึ้นเป็นเชิงบอกว่าจะไม่ขอยุ่งกับเรื่องนี้อีก เพราะเธอได้ทำหน้าที่ของลูกสาวและน้องสาวที่ดีเรียบร้อยแล้ว
แต่พอน้องสาวเดินกลับออกไปแล้ว รอยยิ้มจาง ๆ ก็หายไปจากหน้าของภัคคินัย เขาเอนพิงหลังที่พนักพิงและหลับตาลง ภาพอันดำมืดทำให้ชายหนุ่ยวัยยี่สิบเจ็ดปีนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา...เป็นเรื่องราวที่ทำให้เขาเสียใจมาจนถึงทุกวันนี้
ภายในคอนโดหรูซึ่งเป็นที่พักของเหล่านักศึกษาบ้านรวย ในห้องเจ็ดสี่เก้ามีเสียงทีวีดังขึ้นเป็นระยะ ๆ เจ้าของห้องนั่งอยู่ที่โซฟาในชุดเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งและกางเกงขาสั้นสีดำ ชายหนุ่มลูกเสี้ยวไทย-อิตาลีอายุยี่สิบสามปีกำลังนั่งเล่นกีต้าร์ตัวโปรดอยู่อย่างสบายอารมณ์ ต่างจากหญิงสาวอายุยี่สิบสามปีอีกคนที่ตอนนี้กำลังมือสั่นระริกอยู่ภายในห้องน้ำพร้อมกับ...
‘ที่ตรวจครรภ์’
หญิงสาวก้มลงมองที่หน้าขีดแสดงผลอีกครั้งหนึ่งก็รู้แน่ชัดแล้วว่า ตนเองไม่ได้ตาฟาดไป ใจของเธอเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ เสียงกีต้าร์ด้านนอกก็ดังขึ้นราวกับว่า จะดึงสติของเธอให้กลับคืนมา
เธอเดินออกมาด้านนอก มองแผ่นหลังของคนรักก่อนจะรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหาเขาพร้อมกับกำที่ตรวจครรภ์ไว้ด้วย
“ฮานส์ ค..คือว่า..น่านมีเรื่องจะบอก” เสียงสั่นไหวทำให้คนที่เล่นดนตรีอย่างสบายอารมณ์อยู่วางเครื่องดนตรีคู่ใจลงและลุกขึ้นเดินเข้ามาหาคนรัก
“น่าน?เป็นอะไร?” เขาเองก็เริ่มใจเสีย หญิงสาวค่อย ๆ เอาที่ตรวจครรภ์ขึ้นมาให้เขาดู
“น่าน...น่านท้อง”
“ฮานส์?อย่าเงียบสิ”
ชายหนุ่มไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ เขาเพียงแค่มองขีดแดงสองขีดที่ปรากฏขึ้นบนที่ตรวจครรภ์เท่านั้น หญิงสาวเองก็เริ่มใจตก จนกระทั่งถูกชายหนุ่มคว้าตัวเข้าไปกอดและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดีใจ
“ฮานส์ดีใจมากเลยน่าน! อีกไม่กี่เดือนเราก็จะเรียนจบแล้ว ถ้าเรียนจบแล้ว ฮานส์จะให้พ่อกับแม่ไปสู่ขอน่านกับแม่ของน่านนะ!”
“เรียนจบแล้วเราแต่งงานกันนะ!”
....
“แม่บอกแกแล้วใช่ไหม ว่ามันไม่ได้จริงจังกับแก มันได้เงินแล้วมันก็ไป นี่!เห็นอะไรนี่ไหม!? ใบรับรองแพทย์เนี่ย เห็นรึเปล่า!”
กลางดึกในคืนวันฝนตก ณ คฤหาสน์โสภณเตมิรักษ์ คุณหญิงทิพย์อัปสรฟาดใบรับรองแพทย์ลงมากลางหน้าของลูกชายคนโตที่ตอนนี้ยังคงอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงสเลคสีดำด้วยท่าทีที่เหน็ดเหนื่อยและทั้งตัวของเขาก็เปียกไปด้วยน้ำฝน
เพราะเขาตามหาตัวคนรักของตนเองไม่เจอ
เธอออกไปจากคอนโด ข้าวของทุกอย่างก็หายไปด้วย
“แม่ครับ พอเถอะ”
‘ฮัน พีรกร โสภณเตมิรักษ์’ ลูกชายคนกลางเดินเข้ามาห้ามมารดาไว้ เพราะเขารู้ว่าสิ่งที่มารดาพูดนั้นมันแรงเกินกว่าที่พี่ชายจะรับไหว
“พออะไรตาฮัน! แกไม่เห็นเหรอว่าพี่แกมันโง่แค่ไหนที่ให้ผู้หญิงคนนั้นมันหลอกเอาน่ะ” เจ้าหล่อนว่าพร้อมหันมามองลูกชายคนโต “แกดูให้เต็มตาซะตาฮานส์! ดูซะ! นังเด็กคนนั้นมันทำแท้ง มันฆ่าลูกแก ฆ่าหลานของแม่กับน้อง ๆ แก มันก็หนีไปพร้อมเงินของแกแล้ว!”
เมื่อเห็นว่าพี่ชายยืนนิ่ง ไม่ได้หยิบกระดาษที่มารดาขว้างใส่หน้าขึ้นมา พีรกรจึงเอื้อมมือลงมาหยิบและไปยืนอยู่ข้างพี่ชายแทน
กระดาษในมือของพีรกรเป็นใบรับรองแพทย์จริง ๆ น้องชายคนกลางกวาดสายตาอ่านแล้วมองหน้าพี่ชายคนโตที่ตอนนี้ไม่แม้แต่จะหันมองกระดาษในมือของน้องชายเลยสักนิด
“พี่ฮานส์..เป็นอย่างที่แม่พูดจริง ๆ พี่น่าน..เธอยุติการตั้งครรภ์” คำบอกเล่าของน้องชายเป็นสิ่งเดียวที่เขาต้องการ เขาไม่กล้าแม้แต่ที่จะหันไปมองกระดาษใบนั้น แต่สุดท้ายเขาก็ต้องฉวยมันจากมือของพีรกรมาอ่านให้เต็มตา
‘นางสาวเจ้าน่านรัก อินทรกรณ์ ยุติการตั้งครรภ์อย่างถูกกฎหมาย ด้วยอายุครรภ์สิบสัปดาห์’
....
“ทำไมคุณถึงทำกับผมแบบนี้..ทำไม!!!” ชายหนุ่มเค้นเสียงพูดกับตนเองอยู่ในห้องทำงานพร้อมกับกวาดทุกอย่างลงจากโต๊ะโดยไม่คิดที่จะเสียดายของราคาแพงเลยสักนิด
ใจที่เต้นระส่ำเพราะความโกรธทำให้เขาหน้ามืดตามัว
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังนึกถึงใบหน้าของ ‘เจ้าน่านรัก’ ที่ยิ้มให้เขาอยู่ดี
เขากับเธอผ่านอะไรกันมาตั้งมากมาย ทำไมเธอถึงได้มาทิ้งเขาง่าย ๆ ทำไมถึงได้ฆ่าลูกของเขากับเธอได้ลงคอ ทำไม!!
เมื่อความโกรธซาลง ความเสียใจก็เข้ามาแทน น้ำตาแห่งความเสียใจผล็อยลงอาบใบหน้าที่มีเหงื่อผุดออกมาจนต้องถอดสูทออกแล้วขว้างลงพื้น มือหนาดึงเนคไทลงมาจนหลวม ทั้ง ๆ ที่อุณหภูมิด้านในเย็นเฉียบแบบนี้
แต่มันก็ไม่เท่ากับความรู้สึกของเขาที่มีทั้งความโกรธ เสียใจ...และรัก...
มือหนาที่ค้ำโต๊ะทำงานอยู่ ยกขึ้นลูบหน้าหล่อทั้งสองข้างก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ทำงานเช่นเดิม เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ พร้อมกับล้วงเอามือถือของตนเองขึ้นมาโทรหาคนสนิทของเขา
(ครับนาย) คนสนิทรับสายทันทีที่เห็นว่าเป็นเบอร์ใครโทรเข้ามา
“เรื่องที่ผมให้คุณไปตาม ไปถึงไหนแล้ว” เขาปรับน้ำเสียงให้นิ่งขึ้น ทำราวกับว่าเมื่อครู่เขาไม่ได้สติหลุดไป
(เรื่องนั้น..ผมบอกตามตรงว่ายากมากกว่าทุกเรื่องที่นายให้ผมทำ)
“คุณหมายความว่ายังไง?แค่ผู้หญิงคนเดียวเนี่ยนะ ความสามารถอย่างคุณน่าจะตามตัวเจอไม่ใช่หรือไง นี่มันหลายปีแล้วนะคุณก้อง”
(ขอโทษครับนาย ผมจะพยายามให้มากกว่านี้ แต่เท่าที่ตามสืบมาเหมือนว่าจะมีคนเห็นคุณเจ้าน่านรักอยู่ไม่ไกลมากครับ)
“อืม รีบตามให้เจอภายในสองเดือน ผมเสียเวลามามากพอแล้ว” กล่าวจบเขาก็วางสายจากปลายสายไป ภัคคีนัยเอนกายลงที่เก้าอี้ พลางนึกถึงสิ่งที่ ‘เจ้าน่านรัก’ เป็นมาตลอด
‘ถ้าลองให้เจ้าน่านรักได้หายไปแล้ว ไม่ว่าภัคคินัยหรือใคร จะไม่มีวันตามหาเธอเจอ’
เธอเป็นแบบนั้นมาตลอด เมื่อไรก็ตามที่เธอตั้งใจหายไป ก็จะไม่มีใครรู้ว่าเธอไปอยู่ที่ไหน จะติดต่อไม่ได้ จะตามหาไม่เจอ ถ้าเธอไม่เปิดเผยออกมาให้เจอ ก็จะไม่มีทางเจอตัวเธอแน่
แต่มีหรือที่ภัคคินัยจะยอม
เมื่อก่อนเขายอมเธอมาตลอด เขาเป็นเด็กดีของเธอมาเสมอ เขาพยายามทำทุกอย่างให้เธอไม่ทำแบบนั้น แต่ตอนนี้เขาจะไม่มีทางยอมให้เธอหายไปเฉย ๆ โดยที่ไม่มีคำอธิบายเรื่องนี้ให้เขา ทั้งเรื่องที่หายตัวไป
และเรื่องลูก
“ผมจะไม่ยอมให้คุณหายไปเฉย ๆ จะไม่ยอมให้คุณทิ้งเศษซากความเสียใจไว้ให้ผมคนเดียวแน่”
